วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บทที่ 10 โปรแกรม Ulead Video Studio


การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรม
Ulead VideoStudio


         ในปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตกล้องวีดีโอได้พัฒนาก้าวหน้าจนกลายมาเป็นกล้องวีดีโอแบบดิจิตอล

เป็นส่วนใหญ่ ผู้ใช้ส่วนใหญ่จึงหันมาใช้งานกล้องประเภทนี้กันมาก เนื่องจากมีราคาถูก ขนาด
กระทัดรัด และสะดวกต่อการถ่ายโอนภาพวีดีโอเข้าสู่คอมพิวเตอร์ ทำให้โปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการตัดต่อ
และสร้างผลงานของวีดีโอมีมากขึ้น โดยโปรแกรม Ulead VideoStudio นั้น มีความสามารถที่หลากหลาย
เหมาะสำหรับการตัดต่อวีดีโอด้วยตนเองที่ไม่ซับซ้อน มีการแบ่งแยกขั้นตอนการทำงานอย่างชัดเจน
ตั้งแต่การดึงไฟล์วีดีโอออกจากกล้องวีดีโอ ไปจนถึงการตัดต่อและปรับแต่งวีดีโอ ซึ่งผลงานที่สร้างสามารถ
นำไปเขียนลงแผ่น VCD หรือ DVD แปลงเป็นไฟล์รูปแบบต่างๆ ได้ตามต้องการ
Ulead VideoStudio เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่มีจุดเด่นในเรื่องการใช้งานที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก
ซับซ้อน เนื่องจากโปรแกรมถูกออกแบบมาให้มีลำดับการทำงานที่เป็นขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบออก
มาเป็นแผ่น VCD หรือ DVD โดยมีขั้นตอนหลัก 7 ขั้นตอนดังนี้
1. Capture เป็นขั้นตอนของการจับภาพวีดีโอเข้ามาในเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจับภาพจากกล้อง
ดิจิตอลวีดีโอผ่านการ์ด Fire Wire จับภาพจากกล้องอะนาล็อกวีดีโอผ่าน Capture Card หรือจะเป็น
การจับภาพผ่านกล้อง Web Cam ที่ต่อผ่าน USB Port (ถ้าไม่ต้องการนำภาพวีดีโอจากภายนอกเข้ามา
ใช้งานหรือมีไฟล์วีดีโออยู่แล้ว สามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้)
2. Edit โปรแกรมจะให้ผู้ใช้ตัดต่อวีดีโอ รวมถึงการเรียงลำดับคลิปต่างๆ ตามที่ผู้ใช้ต้องการ
3. Effect เป็นขั้นตอนที่ผู้ใช้สามารถใส่ Effect ต่างๆ โดยคลิกเลือก Effect ที่จะใช้และ
ลากเอามาวางบนภาพ
4. Overlay โปรแกรมจะให้ผู้ใช้จัดการเกี่ยวกับ Overlay Track ซึ่งเป็นการซ้อนภาพเข้าด้วยกัน
*นักวิชาการอุดมศึกษา กลุ่มงานพัฒนาและเผยแพร่นวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา
ฝ่ายเทคโนโลยีทางการศึกษา
สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
วิษณุ เพชรประวัติ*
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
65
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
5. Title โปรแกรมจะให้ผู้ใช้ใส่ข้อความต่างๆ โดยการเลือกฉากที่ต้องการแล้วพิมพ์ข้อความ
ลงไป ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกใช้ Effect ตัวอักษรแบบต่างๆ ได้
6. Audio โปรแกรมจะให้ผู้ใช้จัดการเรื่องเสียงที่จะใส่ลงในวีดีโอในขั้นตอนนี้
7. Share เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการตัดต่อ ซึ่งโปรแกรมสามารถเขียนวีดีโอที่ผู้ใช้ตัดต่อให้ออก
มาเป็นไฟล์วีดีโอ เป็นแผ่น VCD หรือ แผ่น DVD ได้
นอกจากขั้นตอนต่างๆ ข้างต้นแล้ว โปรแกรม ยังมีคุณสมบัติเด่นให้ผู้ใช้สามารถสร้างและ
ออกแบบเมนูของ VCD หรือ DVD ได้ในตัว ในที่นี้จะกล่าวถึงการสร้าง VDO ภาพหรือ การทำวีดีโอ
โชว์ด้วย Ulead VideoStudio11 เป็นตัวอย่าง
ภาพที่ 1
1. เมื่อติดตั้งโปรแกรมแล้วก็เปิดการใช้งาน ดังภาพที่ 2
ภาพที่ 2
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
66
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
2. เลือกที่ VideoStudio Editor เพื่อสร้างไฟล์วีดีโอ ดังภาพที่ 3
ภาพที่ 3
3. ลักษณะโปรแกรมขณะใช้งาน ดังภาพที่ 4
ภาพที่ 4
4. รูปแบบการปรับแต่งไฟล์วิดีโอ ดังภาพที่ 5
ภาพที่ 5
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
67
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
5. จากนั้นให้ Right Click ที่ช่องแนบไฟล์ เพื่อเลือกไฟล์ภาพ หรือวีดีโอ ดังภาพที่ 6
ภาพที่ 6
6. เลือกไฟล์ที่ต้องการใส่ในวีดีโอ สามารถลากเมาส์เพื่อเลือกทีละมากกว่าหนึ่งไฟล์ จากนั้นกด
Open ดังภาพที่ 7
ภาพที่ 7
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
68
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
7. หากต้องการใส่เพลงให้กับวีดีโอ ให้ Right Click แล้วเลือกแนบไฟล์ Audio ดังภาพที่ 8
ภาพที่ 8
8. เลือกเพลงที่ต้องการ แล้วกด Open ดังภาพที่ 9
ภาพที่ 9
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
69
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
9. ก็จะได้ ดังภาพที่10
ภาพที่ 10
10. เซฟไฟล์งานเป็นระยะๆ เพื่อว่าหากมีข้อขัดข้อง โปรแกรมไม่ทำงานก็สามารถเรียกงาน
เดิมกลับมาทำใหม่ได้ โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ ดังภาพที่ 11
ภาพที่ 11
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
70
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
11. ไฟล์ที่ได้ จะเป็นนามสกุล .VSP เป็นไฟล์งานของโปรแกรม Ulead ดังภาพที่12
ภาพที่ 12
12. นอกจากไฟล์ภาพแล้ว โปรแกรมยังสามารถแนบไฟล์วีดีโอ มาสร้างไฟล์ร่วมกันได้
ดังภาพที่ 13-15
ภาพที่ 13
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
71
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
ภาพที่ 14
ภาพที่ 15
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
72
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
13 .จากนั้นเป็นการปรับแต่งไฟล์วีดีโอที่จะทำ Effect เป็นการใส่แอนนิเมชั่นให้รูปภาพและไฟล์
วีดีโอ เพื่อให้ไฟล์วีดีโอมีความต่อเนื่องจากเหตุการณ์หนึ่งไปยังอีกเหตุการณ์หนึ่งมีความต่อเนื่อง กลม
กลืนกันมากกว่าการเปลี่ยนเป็นอีกเหตุการณ์แบบทันที เป็นการปรับแต่งภาพของช่วงนั้นให้ดูราบรื่นขึ้น
เมื่อเลือก Effect ที่ต้องการ แล้วใช้เมาส์คลิกลากลงไปวางระหว่างไฟล์ ดังภาพที่ 16
ภาพที่ 16
14. ในโปรแกรมมี Effect ต่างๆ ให้เลือกตามที่ต้องการ ดังภาพที่ 17
ภาพที่ 17
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
73
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
15. Effect ระหว่างไฟล์ สามารถจับลากให้สั้นยาวได้ตามต้องการ แต่ต้องคอยปรับความยาว
ของภาพและไฟล์ด้วยตามลำดับ เนื่องจาก Effect เหล่านี้จะย่นความยาวของไฟล์โดยอัตโนมัติ เพื่อแทรก
แอนนิเมชั่น
16.เนื่องจากมี Effect มากมายให้เลือก แต่มิใช่ว่าจะใช้ทั้งหมด สามารถเลือก Effect ที่ใช้
งานบ่อย ไว้ในหมวดที่ฉันชื่นชอบ เพื่อเรียกใช้ได้สะดวกขึ้น ด้วยการ Right Click --> Add to My
Favorites ดังภาพที่ 18
ภาพที่ 18
17. จากนั้น Effect ที่ใช้ประจำ หรือใช้บ่อย ก็จะอยู่ในหมวดเดียวกัน ดังภาพที่ 19
ภาพที่ 19
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
74
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
18. หลังจากเพิ่ม Effect หมดแล้ว ก็ปรับแต่งความยาวของแต่ละไฟล์ตามต้องการ ดังภาพ
ที่ 20
ภาพที่ 20
19. Title เป็นการใส่ข้อความลงในวีดีโอ เป็นการใส่ข้อความต่างๆ ลงบนหน้าจอวีดีโอ
แอนนิเมชั่นข้อความที่มากับตัวโปรแกรมมีให้เลือกมากมาย สามารถเลือกแอนนิเมชั่นที่ต้องการ แล้ว
จับลากลงช่อง Text ดังภาพที่ 21
ภาพที่ 21
ค ลิก ที่ ไ ฟ ล์แ ล้ว เลื่ อ น ซ้า ย - ข ว า ด้ว ย ลูก ศ ร
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
75
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
20. Double Click ที่กล่องข้อความ เพื่อทำการแก้ไขปรับแต่งต่างๆ ดังภาพที่ 22
ภาพที่ 22
Double Click
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
76
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
ภาพที่ 23
21. ส่วนนี้คือการปรับตำแหน่งของกล่องข้อความ ดังภาพที่ 24
ภาพที่ 23
21. ส่วนนี้คือการปรับตำแหน่งของกล่องข้อความ ดังภาพที่ 24
ภาพที่ 24
22. ส่วนนี้คือการปรับแต่งฟอนต์ และ Effect ต่างๆ ของข้อความ ดังภาพที่ 25
ภาพที่ 25
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
77
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
23. การปรับแต่งแอนนิเมชั่นของกล่องข้อความ ในการแสดงผล ให้ติ๊กที่ Apply animation
เพื่อให้แสดงผลแอนนิเมชั่นของกล่องข้อความ ดังภาพที่ 26
ภาพที่ 26
24. ส่วนนี้คือการปรับแต่งเพิ่มเติม ของการแสดงผลแอนนิเมชั่น ดังภาพที่ 27
ภาพที่ 27
25. ในการแก้ไขข้อความ ให้ Double Click ที่กล่องข้อความที่หน้าจอ จึงสามารถเปลี่ยน
ข้อความได้ ดังภาพที่ 28
ภาพที่ 28
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
78
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
26. กล่องข้อความสามารถลากกำหนดเวลาสั้นยาวได้ตามที่ต้องการ ดังภาพที่ 29
ภาพที่ 29
27. Audio การปรับแต่งไฟล์ออดิโอของวีดีโอ เป็นการปรับแต่งต่างๆ ให้กับไฟล์เสียง เช่น
ปรับเสียง หรือ Effect อื่นๆ เพิ่มเติมซึ่งสามารถศึกษาเพิ่มเติมต่อภายหลัง คลิ้กที่ไฟล์ออดิโอ
ดังภาพที่ 30
ภาพที่ 30
28. ในส่วนนี้คือการปรับแต่ง ส่วนของการแยกลำโพงซ้ายขวานั้นเหมาะกับการสร้างวีดีโอ จาก
ไฟล์วีดีโอที่มีการพากย์เสียงมากกว่าหนึ่งภาษา หรือไฟล์คาราโอเกะ สามารถปรับตรงส่วนนี้เพื่อเลือก
ภาษาเดียว หรือเลือกแค่เสียงคาราโอเกะดังภาพที่ 31
ภาพที่ 31
ปรับขนาดเสียง
ปรับแยกลำโพงซ้าย-ขวา
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
79
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
29. เมื่อเสร็จสิ้นการปรับแต่งและตัดต่อวิดีโอตามต้องการเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนสุดท้าย
ของการทำงานหรือการสร้างไฟล์หลังการตัดต่อ เรียกว่าเป็นขั้นตอนการ Share เป็นการกำหนดรูปแบบ
ลักษณะวิดีโอที่ต้องการจะนำไปใช้งานโดย คลิ้กที่ Share เพื่อสร้างไฟล์ ดังภาพที่ 32
ภาพที่ 32
30. เลือกรูปแบบไฟล์ที่ต้องการจะสร้าง ในกรณีของการสร้างไฟล์วีดีโอ สำหรับทำแผ่นวีซีดี
แนะนำให้เลือก mpeg2 ซึ่งเป็นไฟล์ชนิดเดียวกันกับ mpeg1 แต่คุณภาพรูปภาพจะชัดกว่า mpeg1
หนึ่งเท่าตัวหรือจะเลือกเป็น SVCD หรืออื่นๆ ก็ได้เช่นกัน ดังภาพที่ 33
ภาพที่ 33
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
80
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
31. หลังจากนั้นก็ปล่อยให้โปรแกรมเรนเดอร์ไฟล์วีดีโอ (สร้างไฟล์วีดีโอ) ในระหว่างนี้ ไม่ควร
เปิดโปรแกรมอื่นๆ มาใช้งาน เพื่อว่าจะได้ไฟล์ที่มีคุณภาพดีที่สุด ดังภาพที่ 34
ภาพที่ 34
32. เทคนิคการสร้างไฟล์วีดีโอ สามารถเพิ่มฉากหลังหรือการซ้อนวิดีโอ Overlay เป็นการซ้อน
วิดีโอที่ต้องการแสดงวิดิโอ 2 ไฟล์ในเวลาเดียวกันซึ่งสามารถนำวิธี Overlay ไปทำวิดีโอในรูปแบบต่างๆ
ได้อีกมากมายตามความคิดสร้างสรรค์ของเรา สำหรับการทำ Overlay ที่ทำกันมากที่สุดคือ Picture in
Picture เป็นการซ้อนวิดีโอหลักเล่นอยู่และก็จะมีวิดีโออยู่ในกรอบเล็กเล่นอยู่ด้วยตามตัวอย่างด้วยการ
แยกการแนบไฟล์ไว้สองบรรทัด โดยที่บรรทัดบนคือฉากหลัง บรรทัดล่างคือฉากหลัก ในการแนบไฟล์
ภาพหรือวีดีโอ มันอาจจะอยู่บนบรรทัดบนหมด เพียงแค่จับลากมาไว้บรรทัดล่าง ก็สามารถแยกได้ จาก
นั้นก็ตามปรับลำดับภาพต่างๆ ตามที่ต้องการ ดังภาพที่ 35
ภาพที่ 35
ฉากหลัง
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
81
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
33. สำหรับฉากหลัง การเพิ่ม Effect จะเป็นดังเช่นด้านบนที่อธิบายไว้ แต่สำหรับฉากหลัก
การเพิ่มแอนนิเมชั่นจะไม่เหมือนกัน เริ่มแรกคือการปรับขนาดหน้าจอฉากหลัก ด้วยการคลิ้กที่หน้าต่าง
นั้นๆ แล้วลากขนาดตามที่ต้องการ ดังภาพที่ 35
34. เมื่อปรับขนาดตามที่ต้องการแล้ว และปรับแต่งแอนนิเมชั่นอื่นๆ เสร็จสิ้นแล้ว และต้องการ
ให้ไฟล์อื่นๆ มีขนาดเดียวกัน ให้ Right Click ที่ไฟล์นั้นๆ แล้วเลือก Copy Attributes ดังภาพที่ 36
ภาพที่ 36
35. จากนั้นให้ Right Click ที่ไฟล์อื่นๆ แล้วเลือก Past Attributes เพื่อให้แสดงผล
แอนนิเมชั่นอย่างเดียวกัน ดังภาพที่ 37
ภาพที่ 37
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
82
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
36. ตรงส่วนนี้จะเป็นการปรับแอนนิเมชั่นของฉากหลัก ส่วนที่ติ๊กไว้ คือให้แสดงผลของ
การซูมรูปภาพ ดังภาพที่ 38
ภาพที่ 38
37. เมื่อเสร็จสิ้น ไฟล์วีดีโอที่ได้ ก็จะมีฉากหลังตามที่ต้องการ ดังภาพที่ 39
ภาพที่ 39
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
83
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
สรุปได้ว่าโปรแกรม Ulead VideoStudio เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่มีการใช้งานไม่ยากจนเกิน
ไป แม้ผู้ที่เริ่มใช้งานก็สามารถที่จะสร้างวีดีโอได้เหมือนกับผู้ที่มีประสบการณ์ตัดต่อวีดีโอมานาน โปรแกรม
นี้มีเครื่องมือต่างๆ สำหรับตัดต่อวีดีโออย่างครบถ้วน เริ่มตั้งแต่จับภาพจากกล้องเข้าคอมพิวเตอร์
ตัดต่อวีดีโอ ใส่ Effect ต่างๆ แทรกดนตรีประกอบ แทรกคำบรรยาย ไปจนถึงบันทึกวีดีโอที่ตัดต่อกลับ
ลงเทป, VCD, DVD หรือแม้กระทั่งเผยแพร่ผลงานทางเว็บ โปรแกรม Ulead VideoStudio มีการทำ
งานเป็นขั้นตอนที่ง่าย ตั้งแต่จับภาพ ตัดต่อไปจนถึงเขียนลงแผ่น นอกจากนี้แล้ว โปรแกรมยังมี Effect
ต่างๆ อีกมากมาย ไตเติ้ลสำเร็จรูปแบบมืออาชีพ รวมทั้งยังมีเครื่องมือที่ใช้สำหรับสร้างซาวนด์แทร็คอ
ย่างง่ายๆ อีกด้วย
***********************
เอกสารอ้างอิง
ดิเรก วงษ์วานิช. 2550. คู่มือหัดตัดต่อวิดีโอกับ Ulead VideoStudio 11 Plus.
กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น.
แนะนำโปรแกรม Ulead Studio. 2008. (Online). สืบค้นจาก : http://www.freebsd.sru.ac.th/
index.php/ulead-studio-9/19-2008-08-11-17-46-07 [21 ตุลาคม 2551]
วัฒนา ส่งสิงห์. 2549. หัดตัดต่อวิดีโอง่ายๆ ด้วย Ulead VideoStudio 10 Plus.
นนทบุรี : ไอดีซีฯ.
สอนตัดต่อโฮมวิดีโอ ด้วย Adobe Ulead Video Studio 11+. 2008. (Online).
สืบค้นจาก : http://www.zickr.com/software/adobe-ulead-video-studio-11/stat
[21 ตุลาคม 2551]การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรม
Ulead VideoStudio
ในปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตกล้องวีดีโอได้พัฒนาก้าวหน้าจนกลายมาเป็นกล้องวีดีโอแบบดิจิตอล
เป็นส่วนใหญ่ ผู้ใช้ส่วนใหญ่จึงหันมาใช้งานกล้องประเภทนี้กันมาก เนื่องจากมีราคาถูก ขนาด
กระทัดรัด และสะดวกต่อการถ่ายโอนภาพวีดีโอเข้าสู่คอมพิวเตอร์ ทำให้โปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการตัดต่อ
และสร้างผลงานของวีดีโอมีมากขึ้น โดยโปรแกรม Ulead VideoStudio นั้น มีความสามารถที่หลากหลาย
เหมาะสำหรับการตัดต่อวีดีโอด้วยตนเองที่ไม่ซับซ้อน มีการแบ่งแยกขั้นตอนการทำงานอย่างชัดเจน
ตั้งแต่การดึงไฟล์วีดีโอออกจากกล้องวีดีโอ ไปจนถึงการตัดต่อและปรับแต่งวีดีโอ ซึ่งผลงานที่สร้างสามารถ
นำไปเขียนลงแผ่น VCD หรือ DVD แปลงเป็นไฟล์รูปแบบต่างๆ ได้ตามต้องการ
Ulead VideoStudio เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่มีจุดเด่นในเรื่องการใช้งานที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก
ซับซ้อน เนื่องจากโปรแกรมถูกออกแบบมาให้มีลำดับการทำงานที่เป็นขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบออก
มาเป็นแผ่น VCD หรือ DVD โดยมีขั้นตอนหลัก 7 ขั้นตอนดังนี้
1. Capture เป็นขั้นตอนของการจับภาพวีดีโอเข้ามาในเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจับภาพจากกล้อง
ดิจิตอลวีดีโอผ่านการ์ด Fire Wire จับภาพจากกล้องอะนาล็อกวีดีโอผ่าน Capture Card หรือจะเป็น
การจับภาพผ่านกล้อง Web Cam ที่ต่อผ่าน USB Port (ถ้าไม่ต้องการนำภาพวีดีโอจากภายนอกเข้ามา
ใช้งานหรือมีไฟล์วีดีโออยู่แล้ว สามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้)
2. Edit โปรแกรมจะให้ผู้ใช้ตัดต่อวีดีโอ รวมถึงการเรียงลำดับคลิปต่างๆ ตามที่ผู้ใช้ต้องการ
3. Effect เป็นขั้นตอนที่ผู้ใช้สามารถใส่ Effect ต่างๆ โดยคลิกเลือก Effect ที่จะใช้และ
ลากเอามาวางบนภาพ
4. Overlay โปรแกรมจะให้ผู้ใช้จัดการเกี่ยวกับ Overlay Track ซึ่งเป็นการซ้อนภาพเข้าด้วยกัน
*นักวิชาการอุดมศึกษา กลุ่มงานพัฒนาและเผยแพร่นวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา
ฝ่ายเทคโนโลยีทางการศึกษา
สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
วิษณุ เพชรประวัติ*
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
65
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
5. Title โปรแกรมจะให้ผู้ใช้ใส่ข้อความต่างๆ โดยการเลือกฉากที่ต้องการแล้วพิมพ์ข้อความ
ลงไป ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกใช้ Effect ตัวอักษรแบบต่างๆ ได้
6. Audio โปรแกรมจะให้ผู้ใช้จัดการเรื่องเสียงที่จะใส่ลงในวีดีโอในขั้นตอนนี้
7. Share เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการตัดต่อ ซึ่งโปรแกรมสามารถเขียนวีดีโอที่ผู้ใช้ตัดต่อให้ออก
มาเป็นไฟล์วีดีโอ เป็นแผ่น VCD หรือ แผ่น DVD ได้
นอกจากขั้นตอนต่างๆ ข้างต้นแล้ว โปรแกรม ยังมีคุณสมบัติเด่นให้ผู้ใช้สามารถสร้างและ
ออกแบบเมนูของ VCD หรือ DVD ได้ในตัว ในที่นี้จะกล่าวถึงการสร้าง VDO ภาพหรือ การทำวีดีโอ
โชว์ด้วย Ulead VideoStudio11 เป็นตัวอย่าง
ภาพที่ 1
1. เมื่อติดตั้งโปรแกรมแล้วก็เปิดการใช้งาน ดังภาพที่ 2
ภาพที่ 2
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
66
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
2. เลือกที่ VideoStudio Editor เพื่อสร้างไฟล์วีดีโอ ดังภาพที่ 3
ภาพที่ 3
3. ลักษณะโปรแกรมขณะใช้งาน ดังภาพที่ 4
ภาพที่ 4
4. รูปแบบการปรับแต่งไฟล์วิดีโอ ดังภาพที่ 5
ภาพที่ 5
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
67
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
5. จากนั้นให้ Right Click ที่ช่องแนบไฟล์ เพื่อเลือกไฟล์ภาพ หรือวีดีโอ ดังภาพที่ 6
ภาพที่ 6
6. เลือกไฟล์ที่ต้องการใส่ในวีดีโอ สามารถลากเมาส์เพื่อเลือกทีละมากกว่าหนึ่งไฟล์ จากนั้นกด
Open ดังภาพที่ 7
ภาพที่ 7
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
68
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
7. หากต้องการใส่เพลงให้กับวีดีโอ ให้ Right Click แล้วเลือกแนบไฟล์ Audio ดังภาพที่ 8
ภาพที่ 8
8. เลือกเพลงที่ต้องการ แล้วกด Open ดังภาพที่ 9
ภาพที่ 9
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
69
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
9. ก็จะได้ ดังภาพที่10
ภาพที่ 10
10. เซฟไฟล์งานเป็นระยะๆ เพื่อว่าหากมีข้อขัดข้อง โปรแกรมไม่ทำงานก็สามารถเรียกงาน
เดิมกลับมาทำใหม่ได้ โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ ดังภาพที่ 11
ภาพที่ 11
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
70
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
11. ไฟล์ที่ได้ จะเป็นนามสกุล .VSP เป็นไฟล์งานของโปรแกรม Ulead ดังภาพที่12
ภาพที่ 12
12. นอกจากไฟล์ภาพแล้ว โปรแกรมยังสามารถแนบไฟล์วีดีโอ มาสร้างไฟล์ร่วมกันได้
ดังภาพที่ 13-15
ภาพที่ 13
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
71
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
ภาพที่ 14
ภาพที่ 15
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
72
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
13 .จากนั้นเป็นการปรับแต่งไฟล์วีดีโอที่จะทำ Effect เป็นการใส่แอนนิเมชั่นให้รูปภาพและไฟล์
วีดีโอ เพื่อให้ไฟล์วีดีโอมีความต่อเนื่องจากเหตุการณ์หนึ่งไปยังอีกเหตุการณ์หนึ่งมีความต่อเนื่อง กลม
กลืนกันมากกว่าการเปลี่ยนเป็นอีกเหตุการณ์แบบทันที เป็นการปรับแต่งภาพของช่วงนั้นให้ดูราบรื่นขึ้น
เมื่อเลือก Effect ที่ต้องการ แล้วใช้เมาส์คลิกลากลงไปวางระหว่างไฟล์ ดังภาพที่ 16
ภาพที่ 16
14. ในโปรแกรมมี Effect ต่างๆ ให้เลือกตามที่ต้องการ ดังภาพที่ 17
ภาพที่ 17
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
73
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
15. Effect ระหว่างไฟล์ สามารถจับลากให้สั้นยาวได้ตามต้องการ แต่ต้องคอยปรับความยาว
ของภาพและไฟล์ด้วยตามลำดับ เนื่องจาก Effect เหล่านี้จะย่นความยาวของไฟล์โดยอัตโนมัติ เพื่อแทรก
แอนนิเมชั่น
16.เนื่องจากมี Effect มากมายให้เลือก แต่มิใช่ว่าจะใช้ทั้งหมด สามารถเลือก Effect ที่ใช้
งานบ่อย ไว้ในหมวดที่ฉันชื่นชอบ เพื่อเรียกใช้ได้สะดวกขึ้น ด้วยการ Right Click --> Add to My
Favorites ดังภาพที่ 18
ภาพที่ 18
17. จากนั้น Effect ที่ใช้ประจำ หรือใช้บ่อย ก็จะอยู่ในหมวดเดียวกัน ดังภาพที่ 19
ภาพที่ 19
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
74
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
18. หลังจากเพิ่ม Effect หมดแล้ว ก็ปรับแต่งความยาวของแต่ละไฟล์ตามต้องการ ดังภาพ
ที่ 20
ภาพที่ 20
19. Title เป็นการใส่ข้อความลงในวีดีโอ เป็นการใส่ข้อความต่างๆ ลงบนหน้าจอวีดีโอ
แอนนิเมชั่นข้อความที่มากับตัวโปรแกรมมีให้เลือกมากมาย สามารถเลือกแอนนิเมชั่นที่ต้องการ แล้ว
จับลากลงช่อง Text ดังภาพที่ 21
ภาพที่ 21
ค ลิก ที่ ไ ฟ ล์แ ล้ว เลื่ อ น ซ้า ย - ข ว า ด้ว ย ลูก ศ ร
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
75
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
20. Double Click ที่กล่องข้อความ เพื่อทำการแก้ไขปรับแต่งต่างๆ ดังภาพที่ 22
ภาพที่ 22
Double Click
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
76
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
ภาพที่ 23
21. ส่วนนี้คือการปรับตำแหน่งของกล่องข้อความ ดังภาพที่ 24
ภาพที่ 23
21. ส่วนนี้คือการปรับตำแหน่งของกล่องข้อความ ดังภาพที่ 24
ภาพที่ 24
22. ส่วนนี้คือการปรับแต่งฟอนต์ และ Effect ต่างๆ ของข้อความ ดังภาพที่ 25
ภาพที่ 25
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
77
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
23. การปรับแต่งแอนนิเมชั่นของกล่องข้อความ ในการแสดงผล ให้ติ๊กที่ Apply animation
เพื่อให้แสดงผลแอนนิเมชั่นของกล่องข้อความ ดังภาพที่ 26
ภาพที่ 26
24. ส่วนนี้คือการปรับแต่งเพิ่มเติม ของการแสดงผลแอนนิเมชั่น ดังภาพที่ 27
ภาพที่ 27
25. ในการแก้ไขข้อความ ให้ Double Click ที่กล่องข้อความที่หน้าจอ จึงสามารถเปลี่ยน
ข้อความได้ ดังภาพที่ 28
ภาพที่ 28
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
78
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
26. กล่องข้อความสามารถลากกำหนดเวลาสั้นยาวได้ตามที่ต้องการ ดังภาพที่ 29
ภาพที่ 29
27. Audio การปรับแต่งไฟล์ออดิโอของวีดีโอ เป็นการปรับแต่งต่างๆ ให้กับไฟล์เสียง เช่น
ปรับเสียง หรือ Effect อื่นๆ เพิ่มเติมซึ่งสามารถศึกษาเพิ่มเติมต่อภายหลัง คลิ้กที่ไฟล์ออดิโอ
ดังภาพที่ 30
ภาพที่ 30
28. ในส่วนนี้คือการปรับแต่ง ส่วนของการแยกลำโพงซ้ายขวานั้นเหมาะกับการสร้างวีดีโอ จาก
ไฟล์วีดีโอที่มีการพากย์เสียงมากกว่าหนึ่งภาษา หรือไฟล์คาราโอเกะ สามารถปรับตรงส่วนนี้เพื่อเลือก
ภาษาเดียว หรือเลือกแค่เสียงคาราโอเกะดังภาพที่ 31
ภาพที่ 31
ปรับขนาดเสียง
ปรับแยกลำโพงซ้าย-ขวา
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
79
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
29. เมื่อเสร็จสิ้นการปรับแต่งและตัดต่อวิดีโอตามต้องการเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนสุดท้าย
ของการทำงานหรือการสร้างไฟล์หลังการตัดต่อ เรียกว่าเป็นขั้นตอนการ Share เป็นการกำหนดรูปแบบ
ลักษณะวิดีโอที่ต้องการจะนำไปใช้งานโดย คลิ้กที่ Share เพื่อสร้างไฟล์ ดังภาพที่ 32
ภาพที่ 32
30. เลือกรูปแบบไฟล์ที่ต้องการจะสร้าง ในกรณีของการสร้างไฟล์วีดีโอ สำหรับทำแผ่นวีซีดี
แนะนำให้เลือก mpeg2 ซึ่งเป็นไฟล์ชนิดเดียวกันกับ mpeg1 แต่คุณภาพรูปภาพจะชัดกว่า mpeg1
หนึ่งเท่าตัวหรือจะเลือกเป็น SVCD หรืออื่นๆ ก็ได้เช่นกัน ดังภาพที่ 33
ภาพที่ 33
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
80
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
31. หลังจากนั้นก็ปล่อยให้โปรแกรมเรนเดอร์ไฟล์วีดีโอ (สร้างไฟล์วีดีโอ) ในระหว่างนี้ ไม่ควร
เปิดโปรแกรมอื่นๆ มาใช้งาน เพื่อว่าจะได้ไฟล์ที่มีคุณภาพดีที่สุด ดังภาพที่ 34
ภาพที่ 34
32. เทคนิคการสร้างไฟล์วีดีโอ สามารถเพิ่มฉากหลังหรือการซ้อนวิดีโอ Overlay เป็นการซ้อน
วิดีโอที่ต้องการแสดงวิดิโอ 2 ไฟล์ในเวลาเดียวกันซึ่งสามารถนำวิธี Overlay ไปทำวิดีโอในรูปแบบต่างๆ
ได้อีกมากมายตามความคิดสร้างสรรค์ของเรา สำหรับการทำ Overlay ที่ทำกันมากที่สุดคือ Picture in
Picture เป็นการซ้อนวิดีโอหลักเล่นอยู่และก็จะมีวิดีโออยู่ในกรอบเล็กเล่นอยู่ด้วยตามตัวอย่างด้วยการ
แยกการแนบไฟล์ไว้สองบรรทัด โดยที่บรรทัดบนคือฉากหลัง บรรทัดล่างคือฉากหลัก ในการแนบไฟล์
ภาพหรือวีดีโอ มันอาจจะอยู่บนบรรทัดบนหมด เพียงแค่จับลากมาไว้บรรทัดล่าง ก็สามารถแยกได้ จาก
นั้นก็ตามปรับลำดับภาพต่างๆ ตามที่ต้องการ ดังภาพที่ 35
ภาพที่ 35
ฉากหลัง
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
81
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
33. สำหรับฉากหลัง การเพิ่ม Effect จะเป็นดังเช่นด้านบนที่อธิบายไว้ แต่สำหรับฉากหลัก
การเพิ่มแอนนิเมชั่นจะไม่เหมือนกัน เริ่มแรกคือการปรับขนาดหน้าจอฉากหลัก ด้วยการคลิ้กที่หน้าต่าง
นั้นๆ แล้วลากขนาดตามที่ต้องการ ดังภาพที่ 35
34. เมื่อปรับขนาดตามที่ต้องการแล้ว และปรับแต่งแอนนิเมชั่นอื่นๆ เสร็จสิ้นแล้ว และต้องการ
ให้ไฟล์อื่นๆ มีขนาดเดียวกัน ให้ Right Click ที่ไฟล์นั้นๆ แล้วเลือก Copy Attributes ดังภาพที่ 36
ภาพที่ 36
35. จากนั้นให้ Right Click ที่ไฟล์อื่นๆ แล้วเลือก Past Attributes เพื่อให้แสดงผล
แอนนิเมชั่นอย่างเดียวกัน ดังภาพที่ 37
ภาพที่ 37
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
วารสารวิทยบริการ
82
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
36. ตรงส่วนนี้จะเป็นการปรับแอนนิเมชั่นของฉากหลัก ส่วนที่ติ๊กไว้ คือให้แสดงผลของ
การซูมรูปภาพ ดังภาพที่ 38
ภาพที่ 38
37. เมื่อเสร็จสิ้น ไฟล์วีดีโอที่ได้ ก็จะมีฉากหลังตามที่ต้องการ ดังภาพที่ 39
ภาพที่ 39
วารสารวิทยบริการ
ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๒
83
การสร้างสื่อวิดีโอภาพด้วยโปรแกรมฯ
วิษณุ เพชรประวัติ
สรุปได้ว่าโปรแกรม Ulead VideoStudio เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่มีการใช้งานไม่ยากจนเกิน
ไป แม้ผู้ที่เริ่มใช้งานก็สามารถที่จะสร้างวีดีโอได้เหมือนกับผู้ที่มีประสบการณ์ตัดต่อวีดีโอมานาน โปรแกรม
นี้มีเครื่องมือต่างๆ สำหรับตัดต่อวีดีโออย่างครบถ้วน เริ่มตั้งแต่จับภาพจากกล้องเข้าคอมพิวเตอร์
ตัดต่อวีดีโอ ใส่ Effect ต่างๆ แทรกดนตรีประกอบ แทรกคำบรรยาย ไปจนถึงบันทึกวีดีโอที่ตัดต่อกลับ
ลงเทป, VCD, DVD หรือแม้กระทั่งเผยแพร่ผลงานทางเว็บ โปรแกรม Ulead VideoStudio มีการทำ
งานเป็นขั้นตอนที่ง่าย ตั้งแต่จับภาพ ตัดต่อไปจนถึงเขียนลงแผ่น นอกจากนี้แล้ว โปรแกรมยังมี Effect
ต่างๆ อีกมากมาย ไตเติ้ลสำเร็จรูปแบบมืออาชีพ รวมทั้งยังมีเครื่องมือที่ใช้สำหรับสร้างซาวนด์แทร็คอ
ย่างง่ายๆ อีกด้วย
***********************
เอกสารอ้างอิง
ดิเรก วงษ์วานิช. 2550. คู่มือหัดตัดต่อวิดีโอกับ Ulead VideoStudio 11 Plus.
กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น.
แนะนำโปรแกรม Ulead Studio. 2008. (Online). สืบค้นจาก : http://www.freebsd.sru.ac.th/
index.php/ulead-studio-9/19-2008-08-11-17-46-07 [21 ตุลาคม 2551]
วัฒนา ส่งสิงห์. 2549. หัดตัดต่อวิดีโอง่ายๆ ด้วย Ulead VideoStudio 10 Plus.
นนทบุรี : ไอดีซีฯ.
สอนตัดต่อโฮมวิดีโอ ด้วย Adobe Ulead Video Studio 11+. 2008. (Online).
สืบค้นจาก : http://www.zickr.com/software/adobe-ulead-video-studio-11/stat
[21 ตุลาคม 2551]

บทที่ 9 สร้างงานนำเสนอแบบวีดีโอ


การบันทึกและกำหนดเวลาการเคลื่อนที่ของคำบรรยายเสียงและตัวชี้

 หมายเหตุ   เมื่อต้องการบันทึกและเล่นคำบรรยาย คอมพิวเตอร์ต้องติดตั้งการ์ดเสียง ไมโครโฟน และลำโพง
งานนำเสนอที่ดีจะต้องมีเนื้อหาที่รวบรัดโดยได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากลักษณะท่าทางและการอภิปรายของผู้นำเสนอ เมื่อคุณสร้างงานนำเสนอในรูปแบบวิดีโอ คุณอาจจะต้องการที่จะ "จับเก็บ" องค์ประกอบของมนุษย์ในงานนำเสนอโดยการบันทึกและกำหนดเวลาของเสียงบรรยาย และแม้กระทั่งการเคลื่อนไหวของตัวชี้เลเซอร์
คุณสามารถบันทึกงานนำเสนอของคุณก่อนที่จะแสดงงานนำเสนอนั้นแก่ผู้ชม หรือคุณสามารถบันทึกคำบรรยายขณะที่กำลังทำการนำเสนอไปยังผู้ชมแบบสดๆ และรวมข้อคิดเห็นและคำถามไว้ในการบันทึกได้
สำหรับกระบวนงานเกี่ยวกับวิธีการบันทึกและกำหนดเวลาของการบรรยายในการนำเสนอภาพนิ่ง โปรดดูที่ การเพิ่มคำบรรยายในงานนำเสนอ และสำหรับกระบวนงานเกี่ยวกับวิธีการใช้งานตัวชี้เลเซอร์ ให้ดูที่ เปลี่ยนเมาส์ให้เป็นตัวชี้เลเซอร์

การบันทึกงานนำเสนอของคุณเป็นวิดีโอ

สร้างวิดีโอ
  1. สร้างงานนำเสนอของคุณ
  2. (ทำหรือไม่ก็ได้) บันทึกและเพิ่มคำบรรยายและการกำหนดเวลาให้กับการนำเสนอภาพนิ่ง และ เปลี่ยนตัวชี้เมาส์ของคุณเป็นตัวชี้แบบเลเซอร์
  3. บันทึกงานนำเสนอ
  4. บนเมนู แฟ้ม ให้คลิก บันทึกและส่ง
  5. ภายใต้ บันทึกและส่ง ให้คลิก สร้างวิดีโอ
  6. เมื่อต้องการแสดงตัวเลือกคุณภาพและขนาดของวิดีโอทั้งหมด ภายใต้ สร้างวิดีโอ ให้คลิกลูกศรลงที่ คอมพิวเตอร์และจอภาพแบบ HD
  7. ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    • เมื่อต้องการสร้างวิดีโอที่มีคุณภาพสูงมาก ซึ่งแฟ้มจะมีขนาดใหญ่ ให้คลิก คอมพิวเตอร์และจอภาพแบบ HD
    • เมื่อต้องการสร้างวิดีโอที่มีขนาดแฟ้มปานกลางและมีคุณภาพปานกลาง ให้คลิก อินเทอร์เน็ตและดีวีดี
    • เมื่อต้องการสร้างวิดีโอที่มีขนาดแฟ้มเล็กที่สุด แต่มีคุณภาพต่ำ ให้คลิก อุปกรณ์พกพา
 เคล็ดลับ   คุณสามารถทดสอบเพื่อดูว่าตัวเลือกใดที่ตรงกับความต้องการของคุณ
  1. คลิกลูกศรลงที่ ไม่ใช้คำบรรยายและการกำหนดเวลาที่บันทึกไว้ แล้วเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    • ถ้าคุณไม่ได้บันทึกและกำหนดเวลาการเคลื่อนที่ของคำบรรยายเสียงและตัวชี้แบบเลเซอร์ไว้ ให้คลิก ไม่ใช้คำบรรยายและการกำหนดเวลาที่บันทึกไว้
 เคล็ดลับ   เวลาที่ใช้ในแต่ละภาพนิ่งถูกกำหนดค่าเริ่มต้นไว้ที่ 5 วินาที เมื่อต้องการเปลี่ยนแปลง ทางด้านขวาของ วินาทีที่จะใช้ในแต่ละภาพนิ่ง ให้คลิกลูกศรขึ้นเพื่อเพิ่ม หรือลูกศรลงเพื่อลดจำนวนวินาที
  • ถ้าคุณได้บันทึกและกำหนดเวลาการเคลื่อนที่ของคำบรรยายและตัวชี้ไว้ ให้คลิก ใช้คำบรรยายและการกำหนดเวลาที่บันทึกไว้
  1. คลิก สร้างวิดีโอ
  2. ในกล่อง ชื่อแฟ้ม ให้ใส่ชื่อแฟ้มสำหรับวิดีโอ เรียกดูโฟลเดอร์ที่จะใช้เก็บแฟ้มนี้ แล้วคลิก บันทึก คุณสามารถติดตามความคืบหน้าของการสร้างวิดีโอโดยการดูที่แถบสถานะทางด้านล่างของหน้าจอของคุณ การสร้างวิดีโออาจกินเวลาหลายชั่วโมงขึ้นอยู่กับความยาวของวิดีโอและความซับซ้อนของงานนำเสนอ
 เคล็ดลับ   สำหรับวิดีโอที่มีความยาวมาก คุณสามารถตั้งค่าให้มีการสร้างในช่วงข้ามคืน ด้วยวิธีนี้ วิดีโอจะพร้อมให้คุณใช้ได้ในเช้าวันถัดมา
  1. เมื่อต้องการเล่นวิดีโอที่สร้างขึ้นใหม่ ให้ไปยังตำแหน่งที่ตั้งของโฟลเดอร์ที่กำหนด แล้วคลิกสองครั้งที่แฟ้มนั้น

ส่วนใดของงานนำเสนอที่จะไม่รวมอยู่ในวิดีโอ

รายการต่อไปนี้จะไม่รวมอยู่ในวิดีโอที่คุณสร้างโดยใช้ PowerPoint
  • สื่อที่แทรกลงใน PowerPoint รุ่นก่อนหน้า เมื่อต้องการรวมสื่อเหล่านี้ด้วย คุณสามารถแปลงหรือปรับรุ่นวัตถุสื่อนี้ได้
     เคล็ดลับ    ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณแทรกสื่อโดยใช้ PowerPoint 2007 สื่อดังกล่าวจะถูกเชื่อมโยงและจะเล่นในงานนำเสนอ  อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณส่งออกแฟ้มเป็นวิดีโอ สื่อที่เชื่อมโยงจะถูกลบ  คุณสามารถแปลงแฟ้มเป็นรูปแบบแฟ้มใหม่ (คลิกแท็บ แฟ้ม และภายใต้ข้อมูล คลิก แปลง) - หรือคุณสามารถคลิกขวาที่วัตถุสื่อ แล้วคลิกเพื่อปรับรุ่น ซึ่งจะเป็นการฝังแฟ้มและส่งออกแฟ้มอย่างถูกต้อง
  • สื่อ QuickTime (เว้นแต่คุณจะมี QuickTime code ffdShow ของบริษัทอื่นติดตั้งอยู่) และคุณต้องปรับให้เหมาะสมเพื่อความเข้ากันได้
  • แมโคร
  • ตัวควบคุม OLE/ActiveX

จะทำอะไรกับวิดีโอหลังจากที่คุณสร้างมันขึ้น

หลังจากที่คุณสร้างวิดีโอแล้ว คุณสามารถแบ่งปันกับผู้อื่นด้วยวิธีการดังนี้
  • ใช้อีเมลในการส่งงานนำเสนอหรือการเชื่อมโยงไปยังงานนำเสนอ
  • บันทึกภาพนิ่งลงในแผ่นดีวีดี
  • อัปโหลดวิดีโอไปที่เว็บไซต์ที่แบ่งปันวิดีโอเช่น YouTube
  • บันทึกไว้ที่การใช้แฟ้มร่วมกันหรือตำแหน่งที่ตั้งอื่น

  • ปัจจุบันงานวีดีโอได้เข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในแทบทุกวงการ นั้นเป็นเพราะต้นทุนกานผลิตที่ถูกลงและเทคนิคการตัดต่อจากโปรแกรมต่างๆ ที่รวดเร็วง่ายดาย ส่งผลให้หน่วยงานทั่วไปหันมาใช้วีดีโอเป็นสื่อทดแทนการนำเสนอในรูปแบบเดิมๆในที่นี้จาขอแนะนำประโยชน์ของงานวีดีโอเบื้องต้นดังต่อไปนี้
  • แนะนำองค์กรและหน่วยงาน
    การสร้างงานวีดีโอเพื่อนำสนานที่ต่างๆหรือในนำเสนอข้อมูลภายในหน่วยงาน
    และองค์กรถูกนำเข้ามาใช้เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กลับผู้ฟัง และก่อให้เกิดความเข้าใจในตัวงานได้ง่ายขึ้น 
    บันทึกความทรงจำ และเหตุการณ์สำคัญต่างๆ
    ในอดีตเมื่อเราไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ หรือจัดงานพิเศษ เช่น งานวันเกิด งานแต่งงาน งานรับปริญญา งานเลี้ยง ของบริษัทเรานิยมเก็บภาพเหล่านั้นไว้ในรูปแบบของภาพถ่ายที่เป็นภาพนิ่งเสียเป็นส่วนใหญ่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่บันทึกความทรงจำเหล่านั้นไว้ในรูปแบบของวีดีโอ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาไปมากในปัจจุบันทำให้กล้องวีดีโอมี่ราคาต่ำลง จึงสามารถหาซื้อ
    มาเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก


    รูปที่ 2.98ใช้งานวีดีโอ ถูกนำเข้ามาใช้แทนการเสนอแบบเดิมเช่น แผ่นใส หรือสไลด์หรือสไลด์
    เราสามารถสร้างไตเติ้ลใส่ดนตรีประกอบพากษ์เสียงบรรยายและใส่เทคนิคพิเศษต่างๆ
    ลงไปในงานวีดีโอที่ถ่ายมาโดยคลิกปุ่มไม่กี่ปุ่มเท่านั้นเอง ซึ่งเราจะได้เรียนรู้วิธีการเหล่านี้ในบท
    ต่อๆไป                           

    รูปที่ 2.99กล้องวีดีโอปัจจุบันราคาต่ำลงมากและสามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก
    ทำสื่อการสอนเพื่อการศึกษา
    คุณครูสามารถสร้างสื่อการสอนในรูปแบบวีดีโอได้เช่นสื่อการสอนสนทนาภาษาอังกฤษ คุณครูอาจสัมภาษณ์ชาวต่างชาติที่มาอยู่ในเมืองไทยหรือจัดทำเป็นวีดีโอสอนวิธีใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ เป็นต้น



    รูปที่ 2.100ใช้งานวีดีโอมาช่วยในการสร้างสื่อ การสอน
    นำเสนอรายงาน วิทยานิพนธ์ และงานวิจัยต่างๆ
    เปลี่ยนวิธีนำเสนอรายงานจากการใช้เพียงภาพประกอบ แผ่นชาร์ต หรือแผ่นใส มานำเสนอในรูปแบบของวีดีโอก็จะทำให้ผู้ฟังบรรยายได้เห็นภาพชัดเจนขึ้น และเกิดความเข้าได้ง่าย น่าสนใจกว่าการนำเสนอที่มีแต่ข้อมูลและภาพนิ่งเพียงอย่างเดียว
    วีดีโอสำหรับบุคคลพิเศษ
    บุคคลพิเศษในที่นี้อาจหมายถึงวิทยากรที่เราเชิญมาบรรยายผู้จัดการที่กำลังจะเกษียณอายุ เจ้าของวันเกิด คู่บ่าวสาว เพื่อเป็นการให้เกียรติและสร้างความประทับใจให้กับเจ้าของงาน และยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีไม่น้อย    



    รูปที่ 2.101ตัวอย่างการจัดทำวีดีโอให้สำหรับงานแต่งให้กับคู่บ่าวสาว
    ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้เรามองเห็นความสำคัญของงานวีดีโอมากขึ้น และได้รู้ว่าการทำวีดีโอนั้น ไม่ได้ลงทุนมากและยุ่งยากในการทำอย่างที่คิด


    แนวคิดในการสร้างงานวีดีโอ
    ก่อนที่เราจะลงมือสร้างผลงานวีดีโอสักเรื่องหนึ่งสิ่ง
    ที่ไม่ควรทำก็คือการลงมือไปถ่ายวีดีโอแล้วนำมาตัดต่อเลย
    โดยไม่ได้คิดให้ดีก่อนว่าจะถ่ายทำอย่างไรบ้างเพราะ
    ปัญหาที่มักเกิดขึ้นเสมอก็คือ การไม่ได้ภาพตามที่ต้องการ
    เนื้อหาที่ถ่ายมาไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการนำเสนอ 
    ในส่วนนี้จึงขอแนะนำแนวคิดในการทำงานวีดีโออย่าง
    มีประสิทธิภาพตรงตามความต้อง ไม่ต้องมาแก้ไขภายหลัง
    โดยมีลำดับแนวคิดในการสร้างสรรค์งานวีดีโอเบื้องต้นดังนี้
                                                                                รูปที่ 2.102แนวคิดในการสร้างงานวีดีโอ
    ระบบโทรทัศน์ในปัจจุบัน
    เนื่องจากงานวีโอส่วนใหญ่ที่เราตัดต่อเรียบร้อยแล้วมักจะต้องนำไปเปิดกับโทรทัศน์
    เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจเรื่องระบบของโทรทัศน์กันพอสมควร



    รูปที่ 2.103ระบบโทรทัศน์ปัจจุบัน
    ระบบโทรทัศน์ที่ใช้อยู่ทั่วไปในโลกนี้มีอยู่ 3 ระบบด้วยกัน ได้แก่
    ▪ระบบ PAL  เป็นระบบที่มีความคมชัดค่อนข้างสูง แต่การเคลื่อนไหวของภาพจะไม่ราบรื่นเท่ากับระบบอื่น ความเร็วในการแสดงผล (Frame Rate) อยู่ที่ 25 เฟรมต่อวินาที ประเทศที่ใช้ระบบนี้ได้แก่ ประเทศแถบยุโรป แอฟริกาใต้ และเอเชียบางประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย
    ▪ระบบ NTSC เป็นอีกระบบหนึ่งที่มีความนิยมสูง แม้จะมีความชัดสู้ระบบ PAL ไม่ได้ แต่การเคลื่อนไหวจะราบรื่นกว่า การแสดง Frame Rate อยู่ที่ 29.79 เฟรมต่อวินาที นิยมใช้ในแถบประเทศอเมริกาและประเทศญี่ปุ่น
    ▪ระบบ SECAM เป็นระบบที่ใช้กันอยู่ในแถบแอฟริกาเหนือ ประเทศโซนตะวันออกกลางและ
    ฝรั่งเศส  การแสดง   Frame Rate  อยู่ที่ 25 เฟรมต่อวินาที เช่นกัน มีความคมชัดสูง
    และการเคลื่อนไหวของภาพราบรื่น
    ความละเอียดของภาพ (Resolution  )
    ความละเอียดของภาพคือส่วนที่บอกว่าวีดีโอของเราที่ออกมานั้นจะมีคุณภาพ และความคมชัดมากน้อยเพียงใด ค่า Resolution  นี้จะเป็นตัวเลขแสดงขนาดความยาวต่อความกว้างของหน้าจอ ซึ่งจะมีขนาดแตกต่างกันออกไปดังต่อไปนี้
    ลักษณะงาน Resolution (ความยาว x ความกว้าง)
    VCD 352 x 288 (PAL) , 352 x 240 (NTSC)
    SVCD 480 x 576 (PAL),  480 x 480 (NTSC)
    DVD 720 x 576 (PAL), 720 x 480  (NTSC)





    รูปที่ 2.104ความละเอียดของภาพ



    รูปที่ 2.105เขียน Storyboard รูปที่ 2.106 เตรียมองค์ประกอบต่างๆ




    รูปที่ 2.107  ตัดต่องานวีดีโอ รูปที่ 2.108ใส่เอฟเฟ็กต์ตัดต่อเสียง

    รูปที่ 2.109แปลงวีดีโอ เพื่อนำไปใช้งานจริง

    ขั้นตอนที่ 1 การเขียน Storyboard
    สิ่งแรกที่เราควรเรียนรู้ก่อนสร้างงานวีดีโอก็คือ การเขียน Storyboard ซึ่งก็คือ การจินตนาการฉากต่างๆ ขึ้นมาก่อนที่จะไปถ่ายทำจริง สำหรับการทำภาพยนตร์ทั่วไปนั้นจะมีการเขียน Storyboard ก่อนเสมอ เพื่อจะทำให้ฉากและภาพที่มีองค์ประกอบต่างๆตรงตาม
    ความต้องการมากที่สุด และเพื่อป้องกันการตกหล่นในระหว่างถ่ายทำ เพราะถ้าต้องมาถ่ายซ่อม
    ทีหลังนั้นก็ไม่สะดวก







    รูปที่ 2.110ลองวาด Storyboard อย่างง่ายๆ เพื่อกำหนดลำดับฉาก และมุมกล้องที่ต้องการ
    ในการเขียน Storyboardของเรานั้นอาจจะใช้วิธีง่ายๆไม่จำเป็นต้องถึงขนาดวาดภาพก่อนเพียงแค่เขียนวัตถุประสงค์ของงานให้ชัดเจนว่าต้องการสื่ออะไร หรือเป็นงานประเภทไหน จากนั้น
    ดูว่าเราต้องการภาพอะไรบ้าง เขียนออกมาเป็นฉากๆ เรียงลำดับ 1,2,3,4ไปเรื่อยๆ
    ตัวอย่างเช่น ถ้าเรารับอาสาไปถ่ายวีดีโองานแต่งงาน เราก็ควรจะไปคุยกับเจ้าภาพงานเสียก่อนว่าจะมีกิจกรรมอะไรที่สำคัญบ้าง  ในช่วงเวลาใด จากนั้นเราก็มาสรุปว่าจะต้องถ่ายภาพบรรยากาศอะไรภายในงานบ้าง ซึ่งจะทำให้เราได้ภาพบรรยากาศครบถ้วน ตรงตามวัตถุประสงค์ทั้งหมด

    ขั้นตอนที่ 2 เตรียมองค์ประกอบต่างๆที่ต้องใช้
    ในการทำงานวีดีโอเราจำเป็นต้องเตรียมองค์ประกอยต่างๆไม่ว่าจะเป็นไฟล์วีดีโอ
    ไฟล์เสียงดนตรีให้พร้อม เพื่อช่วยให้การทำงานของเรารวดเร็วยิ่งขึ้น




    รูปที่ 2.111เตรียมวัตถุดิบโดยการลง มือถ่ายทำ
    ไฟล์วีดีโอจากภาพยนตร์ สารคดีหรือ ข่าว
    หากเรามีภาพยนตร์ สารคดีหรือข่าว เราสามารถนำมาใช้ตัดต่อได้โดยอาจจะต้องมีการแปลงไฟล์บ้างเช่น ถ้าเป็นภาพยนตร์ที่มาจากแผ่นวีซีดีหรือดีวีดี ก็นำมาแปลงเป็นไฟล์
    ที่สามารถใช้ตัดต่อได้เสียก่อน  ซึ่งในโปรแกรม VideoStudiov.11 ก็มีฟังก์ชันช่วยในการแปลงภาพยนตร์เหล่านี้ด้วย
    ส่วนสารคดีหรือข่าวที่อยู่ในโทรทัศน์ เราก็สามารถนำมาใช้ได้โดยการ
    ต่อสายสัญญาณออกจากทีวีมาเข้าที่การ์ดสำหรับนำเข้าวีดีโอในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา แล้วทำการบันทึก

    การถ่ายทำวีดีโอเอง 
    แหล่งข้อมูลที่สำคัญที่สุดคือการไปถ่ายทำเอง เมื่อได้จัดทำ Storyboard เรียบร้อย
    ก็ลงมือถ่ายทำได้เลย

    การเตรียมไฟล์เสียงและการบรรยาย
    องค์ประกอบต่อมาก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของเสียง เพราะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจงานวีดีโอของเราดนตรีที่ใช้ในงานวีดีโอนั้นอาจได้มาจากไฟล์ MP3
    ที่เรามีอยู่ก็ได้ ส่วนเสียงบรรยายนั้นเราต้องบันทึกลงไปในคอมพิวเตอร์เอง
    ขั้นตอนที่3 การตัดต่อวีดีโอ (ให้สอดคล้องกับ Storyboard)
    ขั้นต่อมาก็คือการนำองค์ประกอบต่างๆ ที่เตรียมไว้มาตัดต่อเป็นวีดีโอ งานวีดีโอจะออกมาดีน่าสนใจเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับการตัดต่อเป็นสำคัญ





    รูปที่ 2.112การตัดต่อวีดีโอโดยใช้โปรแกรม VideoStudio v.11
    ขั้นตอนที่ 4 ใส่เอฟเฟ็กต์/ตัดต่อสียง
    ก่อนที่จะจบขั้นตอนการตัดต่อ เราควรตกแต่งงานวีดีโอด้วยเทคนิคพิเศษต่างๆไม่ว่าจะเป็นการเล่นสี การใส่ข้อความ หรือเสียงดนตรี ซึ่งจะช่วยให้งานเรามีสีสัน และน่าติดตามมากขึ้น
    ขั้นตอนที่ 5 แปลงวีดีโอเพื่อนำไปใช้งานจริง
    ขั้นตอนสุดท้ายในการทำงานวีดีโอก็คือ การทำงานที่เราได้ทำเรียบร้อยแล้วนั้นไปใช้งาน ซึ่งในโปรแกรมVideoStudiov.11นั้น สามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น ทำเป็น วีซีดี ดีวีดี หรือ
    เป็นไฟล์ WMV สำหรับนำเสนอทางอินเทอร์เน็ต




    รูปที่ 2.113ผลงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถนำเสนอได้หลายรูปแบบ


    เครื่องมือสำหรับงานตัดต่อวีดีโอ
    ก่อนเริ่มลงมือนำเข้าวีดีโอเข้ามาในเครื่อง และเริ่มตัดต่อไฟล์วีดีโอด้วยโปรแกรม Ulead  VideoStudiov.11ส่วนนี้เป็นอุปกรณ์ต่างๆที่เราควรเตรียมให้พร้อมสำหรับงานตัดต่อวีดีโอ
    เครื่องคอมพิวเตอร์
    เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมในการนำมาใช้สำหรับตัดต่อวีดีโอควรมีสเป็คเครื่องขั้นต่ำดังนี้


    รูปที่ 2.114คอมพิวเตอร์
    ซีพียู แนะนำ Pentium 3 ความเร็ว 700MHzขึ้นไป
    แรมหรือหน่วยความจำ ขนาด 256 MB ขึ้นไป (แนะนำว่าควรใช้ที่มีขนาด 512 MB 
    เป็นอย่างต่ำ เพื่อให้การตัดต่อวีดีโอทำได้รวดเร็วขึ้น)
    ฮาร์ดดิสก์ 600MB สำหรับการติดตั้งโปรแกรม Ulead  VideoStudiov.11และ5 GB สำหรับ
    ใช้เก็บไฟล์วีดีโอสำหรับการตัดต่อ (ขนาดของพื้นที่ว่างที่ต้องการจะขึ้นอยู่กับความยาวของวีดีโอ
    ที่เราต้องการนำมาตัดต่อยิ่งยาวมาก พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ก็ต้องมากขึ้น  เพื่อจะเพียงพอในการจัดเก็บข้อมูล)  ระบบปฏิบัติการ แนะนำให้ใช้ Windows XP หรือ Windows 2000 และเลือกสร้างระบบจัดเก็บไฟล์บนฮาร์ดดิสก์เป็น NTFS เพื่อสามารถทำงานร่วมกับไฟล์วีดีโอที่มีขนาดใหญ่เกิน 
    4 GB ได้
    กล้องถ่ายวีดีโอ
    อุปกรณ์ชิ้นต่อมาที่เป็นหัวใจหลักของงานวีดีโอก็คือ กล้องถ่ายวีดีโอนั้นเองในอดีตกล้องถ่ายวีดีโอมีราคาหลักแสนบาทขึ้นไปแต่ปัจจุบันเทคโนโลยีได้ทำให้กล้องถ่ายวีดีโอราคาถูกลงมาเหลือราคาเริ่มต้นเพียงแค่หมื่นกว่าบาทเท่านั้นซึ่งหาซื้อได้ทั่วไป


    รูปที่ 2.115กล้องวีดีโอสำหรับบันทึกภาพวีดีโอเพื่อใช้ในงานตัดต่อ
    การ์ดแคปเจอร์ หรือการ์ดจับภาพวีดีโอ
    เนื่องจากเราจำเป็นต้องนำภาพวีดีโอที่ถ่ายมาเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ เพื่อผ่านกระบวนการตัดต่อแต่เราไม่สามารถที่จะนำวีดีโอจากกล้องเข้ามาที่เครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรงได้ จำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์ช่วยเป็นเสมือนสื่อกลางในการส่งถ่ายข้อมูล อุปกรณ์ตัวนั้นเราเรียกว่า การ์ดแคปเจอร์ (Capture Card)

    ด้วยการ์ดแคปเจอร์ เราสามมารถแปลงวีดีโอ
    จากกล้องวีดีโอเครื่องเล่นวีดีโอหรือแม้แต่
    รายการทีวีมาที่คอมพิวเตอร์ได้

    รูปที่ 2.116การ์ดแคปเจอร์
    การ์ดแคปเจอร์ในปัจจุบันมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน  มีทั้งแบบติดตั้งภายในคอมพิวเตอร์ และแบบภายนอก หารเรามีการ์ดแคปเจอร์ก็สามารถแปลงวีดีโอมาเก็บไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่า
    จะเป็นภาพจากกล้องวีดีโอ จากเครื่องเล่นวีดีโอเทป หรือแม้แต่ต้องการอัดรายการโปรดของเรา
    ที่ออกอากาศทางทีวีได้

    โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ  
    สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการตัดต่อวีดีโอก็คือ โปรแกรมสำหรับตัดต่อ ปัจจุบันมีโปรแกรมสำหรับตัดต่อเป็นจำนวนมาก มีทั้งแบบมือสมัครเล่นและแบบมืออาชีพเพื่อรองรับการทำงาน
    ที่หลากหลายมากขึ้นซึ่งจะขอยกตัวอย่างบางโปรแกรมดังนี้




                     โปรแกรมPinnacle Studio




    โปรแกรม Adobe Premiere Pro




    โปรแกรม Sony Vegas





    โปรแกรม Ulead VideoStudio
    รูปที่ 2.117 โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ
    ไดร์ฟสำหรับเขียนแผ่นซีดี/ดีวีดี
    อุปกรณ์ชิ้นต่อมาที่เราจำเป็นต้องมี หากต้องการสร้างวีดีโอให้อยู่ในรูปแบบของวีซีดีหรือ
    ดีวีดีนั่นก็คือ ไดร์ฟสำหรับเขียนซีดี หรือไดร์ฟสำหรับเขียนดีวีดี ซึ่งปัจจุบันไดร์ฟทั้งสองประเภท
    มีราคาถูกลงมาก

    คุณสมบัติต่างๆ ที่เราควรทราบเกี่ยวกับงานวีดีโอ
    นอกจากเรื่องอุปกรณ์แล้ว สิ่งสำคัญลำดับต่อมาที่เราควรสร้างเพื่อเตรียมสร้างงาน
    ด้านวีดีโอก็คือคุณสมบัติต่างๆเกี่ยวกับงานด้านนี้ เพื่อจะทำให้เราเกิดความเข้าใจ และสามารถเลือกใช้งานตามความเหมาะสมได้มากที่สุด
    ไฟล์วีดีโอประเภทต่างๆ
    ไฟล์วีดีโอที่ใช้งานอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นมีอยู่หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการบีบอัดของวีดีโอประเภทนั้นซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีคุณสมบัติหรือความละเอียดของภาพต่างๆ 
    กันไป นอกจากนั้นเมื่อเราสร้างงานวิดีโอเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก็คือการแปลงงานออกมาให้เป็นไฟล์วีดีโอ ซึ่งหากเราทำความเข้าใจ กับประเภทของไฟล์วีดีโอต่างๆได้ดี ก็จะสามารถเลือกไฟล์วีดีโอที่ต้องการนำเสนอในงานต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมซึ่งโดยทั่วไป มีดังต่อไปนี้
    AVI(Audio Video Interactive)
    เป็นไฟล์วีดีโอที่เป็นมาตรฐานของคอมพิวเตอร์ทั่วไป (ในเครื่องแมคอินทอช จะมีไฟล์วีดีโอมาตรฐานเป็น MOV)ซึ่งไฟล์วีดีโอแบบ AVI นี้จะมีการบีบอัดข้อมูลทำให้ภาพและเสียงคมชัดแต่ไฟล์วีดีโอจะมีขนาดใหญ่มาก และขนาดไฟล์วีดีโอจะขึ้นอยู่กับการกำหนดของเรา หรือเครื่องมือในการจับภาพวีดีโอ
    DV (Digital Video)
    ในกรณีที่เราใช้กล้องดิจิตอลวีดีโอ Digital 8 หรือ MiniDV และจับภาพวีดีโอเข้ามาซึ่งไฟล์ DV นี้จะมีนามสกุลเป็น AVI เช่นเดียวกัน แต่จะมีการกำหนดของขนาด Resolution เท่ากับ 720x576 และค่า Bit rate เท่ากับ 36000 KB/s ซึ่งนับว่ามีขนาดใหญ่มาก เหมาะสำหรับเก็บเป็นไฟล์ต้นฉบับมากกว่า เพราะจะทำให้ได้ภาพที่คมชัดมาสร้างเป็นงานในรูปแบบอื่นๆ เช่น วีซีดี หรือดีวีดี เป็นต้น
    MPEG
    เป็น ฟอร์แม็ตไฟล์วีดีโอที่ถูกบีบอัด ซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีขนาดเล็ก และมีคุณภาพหลากลายตั้งแต่คมชัดที่สุด ไปจนถึงความละเอียดในระดับที่พอใช้ โดยมีหลายรูปแบบดังนี้
    MPEG 1 เป็นไฟล์วีดีโอที่เหมาะสำหรับใช้เป็นไฟล์พื้นฐานที่จะนำไปสร้างเป็นแผ่น
      ภาพยนตร์วีซีดี มีความละเอียดของภาพปานกลาง
    MPEG 2 เป็นไฟล์วีดีโอที่มีคุณภาพสูง มีความคมชัดของภาพในระดับดี เหมาะสำหรับ
    ไปใช้เป็นต้นฉบับสร้างแผ่นภาพยนตร์ดีวีดี เพราะภาพคมชัดสูงสุดเมื่อเทียบกับไฟล์
     ตระกูล MPEG ด้วยกัน
    MPEG 4 เป็นไฟล์ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากมีคุณภาพการแสดงผล
    ใกล้เคียงกับดีวีดี แต่มีขนาดไฟล์เล็ก  เหมาะสำหรับนำไปเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต
      ซึ่งปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ส่วนใหญ่จะรู้จักกันในชื่อของ DivX 
      หรือ XviD
    WVM (Windows Media Video)
    เป็นไฟล์วีดีโอที่ทางบริษัทไมโครซอฟท์ปรับขึ้น เพื่อใช้ร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows โดยจะให้มาเป็นไฟล์วีดีโอมาตรฐานที่ใช้ร่วมกับโปรแกรม WindowsMedia Player ซึ่งปัจจุบัน กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น
    RM (Streaming RealVideo)
    RM ที่ได้รับการพัฒนาจากบริษัท Real  Networkเป็นรูปแบบไฟล์วีดีโอที่ใช้เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า Streaming ซึ่งจะมีความคมชัดของภาพและเสียงต่ำ เพื่อให้เหมาะสำหรับ การเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต
    MOV
    MOV เป็นไฟล์วีดีโอที่ใช้ร่วมกับโปรแกรม Quick Time ผลิตเพื่อใช้กับเครื่อง Apple เป็นหลักแต่ก็สามารถทำงานร่วมกับ Windows ได้ด้วย
    DivX 
    เป็นรูปแบบการบีบอัดวีดีโอที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากไฟล์วีดีโอ 
    ที่ได้มีขนาดเล็ก และคุณภาพที่ได้อยู่ในระดับดีมาก ใกล้เคียงกับภาพยนตร์ จากแผ่นดีวีดี โดย DivX  เป็นรูปแบบวีดีโอที่ได้มาจากการนำไฟล์วีดีโอดีวีดีมาบีบอัด ซึ่งเราเรียกไฟล์ฟอร์แม็ตที่นำมาทำเป็น DivX  ว่าMPEG 4 นั่นเอง แต่ว่าส่วนใหญ่ยังสามารถเล่นได้บนคอมพิวเตอร์เท่านั้น ยังมีเครื่องเล่น
    วีซีดี/ดีวีดี ที่รองรับไฟล์นี้มามากนัก



    XviD
                  มีรูปแบบการพัฒนาที่คล้ายคลึงกับ DivX แตกต่างกันที่ XviD เป็นแบบ Open Source หรือเป็นของฟรีนั่นเอง สามารถนำไปพัฒนาเพิ่มเติมต่อได้ไฟล์วีดีโอทั้งแบบ DivX และ XviD นั้นจะมีนามสกุล .AVI โดยการเล่นไฟล์วีดีโอบนเครื่อง
    มาตรฐานวีดีโอประเภทต่างๆ
    หลังตัดต่อ/ปรับไฟล์วีดีโอเรียบร้อยแล้ว วีดีโอจะถูกปรับแต่งและสร้างออกมาในรูปแบบมาตรฐานต่างๆดังต่อไปนี้ ซึ่งเป็นมาตรฐานวีดีโอที่สามารถเปิดเล่นได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์ และเครื่องเล่นวีซีดี/ดีวีดีทั่วไป

    VCD
    เป็นไฟล์วีดีโอที่ถูกจัดเก็บในมาตรฐาน MPEG -1 มีค่าResolution และ Bit rate ไม่สูงนัก ทำให้ไฟล์มีขนาดเล็กสามารถบรรจุภาพยนตร์ 1 เรื่องลงไปใน
    แผ่นซีดี 2 แผ่นได้เป็นมาตรฐานที่บ้านเราก็ยังคงใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แต่ในอนาคตไม่ไกลนี้ก็อาจจะไม่ใช้
    แล้วก็ได้ เพราะจะถูกแทนที่ด้วยระบบดีวีดี

    DVD เป็นไฟล์วีดีโอที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ   เพราะราคาแผ่นและไดร์ฟเขียนดีวีดีก็ถูกลงมามากแล้วมีความคมชัดกว่าวีซีดี และSVCD  เพราะแม้จะใช้มาตรฐานMPEG -2 เช่นเดียวกับ SVCD แต่มีค่า Resolution , Bit rate และ Fps สูงกว่า แถมขนาดของแผ่นก็มีความจุถึง4.7 GB ทำให้ สามารถเก็บภาพยนตร์ที่มีมาตรฐาน  MPEG –2ได้ทั้งเรื่อง



    SVCD  (Super Video Compact Disc)
    เป็นมาตรฐานใหม่ของการเล่นไฟล์วีดีโอที่เพิ่มมาจากวีซีดี หรือรูปแบบมาตรฐาน MPEG -1 แต่เป็นมาตรฐานในรูปแบบของ MPEG -2 ซึ่งส่วนเพิ่มเติมนี้เอง ที่ทำให้ไฟล์ มีคุณภาพสูงกว่าวีซีดี เพราะมีค่าResolution , Bit rate และ Fps สูงกว่าวีซีดี ทำให้ไฟล์ภาพยนตร์ 1 เรื่องต้องใช้แผ่นซีดีถึง 3 แผ่น และที่สำคัญก็คือ SVCD  ไม่ได้รับการยอมรับมากนัก เพราะถูกตีตลาดด้วยระบบดีวีดีนั่นเอง (แต่ในกรณีที่เราไม่มีเครื่องเขียนดีวีดี แต่ต้องการงานที่มีคุณภาพสูงก็สามารถใช้เครื่องซีดีเขียนเป็นระบบ SVCD ได้

    ระบบต่างๆ อัตรา Frame Rate (fps)
    ฟิล์มภาพยนตร์ทั่วไป 24/s.
    โทรทัศน์ระบบ PAL 25/s.
    โทรทัศน์ระบบ NTSC 29.79/s.
    รูปที่ 2.118 มาตรฐานวีดีโอประเภทต่างๆ
    ความเร็วในการแสดงภาพ (Frame Rate)
    ความเร็วในการแสดงภาพที่เราใช้ในภาพยนตร์นั้น จะมีหน่วยเป็นภาพต่อวินาที ซึ่งเราเรียกว่า Frame Rate โดยความเร็วในการแสดงภาพที่จะทำให้เกิดภาพเคลื่อนไหวนั้นอย่างน้อยจะต้องมี Frame Rateประมาณ 7-10 ภาพต่อวินาที (fps : Frame per Second)ซึ่งภาพยนตร์การ์ตูนสมัยก่อนจะใช้ต่อเนื่องแสดงการเคลื่อนไหวอยู่ประมาณ 12 เฟรมต่อวินาที ปัจจุบันการแสดงภาพ
    ที่ใช้เป็นภาพยนตร์จะมีFrame Rate อยู่ที่ประมาณ 24 เฟรมต่อวินาที นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการกำหนดในแต่ละระบบที่ได้กล่าวถึงข้างต้นด้วย

    รูปที่ 2.119 ความเร็วในการแสดงภาพ
    อัตราการส่งข้อมูล (Data Rate)
    อัตราการส่งข้อมูลเป็นความเร็วในการส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ภายใน 1 วินาที (เช่นเดียวกับคำว่า  Bit Rate  ซึ่งเป็นความไวในการส่งข้อมูลเช่นกัน) การกำหนด Data Rate นี้
    หากเรากำหนดให้มีขนาดใหญ่ก็จะทำให้คุณภาพของภาพดีไปด้วย แต่ข้อเสียก็คือจะกินเนื้อที่
    ในฮาร์ดดิสก์มากตามไปด้วย (ในกรณีที่เรามีเนื้อที่มากพอก็คงไม่มีปัญหา เมื่อทำงานเสร็จแล้ว
    ก็สามารถลบทิ้งภายหลังได้)
    การบีบอัดข้อมูล(Compression)
    ไฟล์วีดีโอเป็นการแสดงภาพที่มีความต่อเนื่องจำนวนมากอย่างรวดเร็ว ทำให้การเก็บหรือการบันทึกไฟล์วิดีโอ  ลงในฮาร์ดดิสก์ก็ต้องใช้พื้นที่จำนวนมากด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงต้องมีการ
    บีบอัดข้อมูล (Compression)เพื่อทำให้ขนาดของไฟล์เล็กลงหรือเรียกว่า “ระบบเข้ารหัส (Codec)”ไฟล์วีดีโอที่มีการเข้ารหัสที่เราได้ยินบ่อยๆก็คือ MPEG –1, MPEG –2, MPEG –4หรือDivXเป็นต้น
    การเข้ารหัสให้กับภาพยนตร์นี้ สามารถทำได้โดยใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ตัวอย่างของฮาร์ดแวร์เช่น การ์ดแคปเจอร์ทั่วไป ซึ่งมีฟังก์ชันในการเข้ารหัสอยู่แล้ว (บีบอัดข้อมูลขณะนำไฟล์วีดีโอเข้ามาในคอมพิวเตอร์)ซอฟแวร์จะเป็นโปรแกรมที่ใช้บีบอัดไฟล์ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์แล้ว 
    ได้ Panasonic Encoder, Window Media  Encoder ,  MpegDJ  Encoder , Xing Mpeg  Encoder 
    เป็นต้นซึ่งเราส่ามารถดาวน์โหลดได้ตามเว็บไซต์ของโปรแกรมต่างๆ